[FIC - KhunWoo] "October Rain" - chapter 1

posted on 18 May 2010 10:25 by teashop-inglenook in KhunWoo

ª October Rain ª

Author: Palmira
Status: Fiction
Pairing: Nichkhun x Wooyoung (KhunWoo)
Fandom: 2PM
Rating: PG

 

 

------------------------------------------------------------------------------------

เรื่องนี้อ่านแล้วอาจงง... เงื่อนมันก็เยอะอยู่พอสมควร ปกติปรางไม่ค่อยได้แต่งแนวนี้ค่ะ TvT เพราะฉะนั้น ถ้างงมากไปก็ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยค่ะ อะไรที่เป็นปริศนาจะค่อยๆเฉลยในแต่ละ chapter ...งงตรงไหนถามได้ค่ะ แล้วจะมาตอบใน entry ของ chapter ต่อไป :)

ความจริงก็ไม่ได้เป็นเรื่องสืบสวนอะไรหรอก แต่อยากแต่งให้มึนๆไปแบบนั้น (อ้าวอินี่หนิ... - -") 5555555+ ไม่ใช่นะฮ้า~ ความจริงมันมีเหตุผลที่ต้องให้มึน ...ไว้จะบอกวันหลังนะก๊ะ ^^

 

 

(ใครยังไม่ได้อ่าน prologue ลองย้อนไปอ่านก่อนนะคะ)

 

 

 

 

Chapter 1:

 

 

 

 

พฤษภาคม, 2009

 

หนึ่งปีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ความทรงจำของอูยองยังคงไม่กลับคืนมา หลังออกจากโรงพยาบาลช่วงปลายปี 2008 จางอูยองได้ออกมาใช้ชีวิตหลังจบมัธยมปลายกับนิชคุณที่เมืองแดจอง

 

“มารอนานรึยัง?” นิชคุณที่เดินออกจากมหาวิทยาลัยทุกวันจะเจอร่างของคนตัวเล็กนั่งรออยู่ที่ร้านด๊อกโปกี้เสมอ วันทุกวันอูยองจะนั่งทานด๊อกโปกี้คอยอีกฝ่ายจนถึงราวๆสี่โมงเย็น บางวันก็เร็วกว่านั้น อาจจะเป็นบ่ายโมงหรือบ่ายสอง

 

“กินด๊อกโปกี้ไปกี่ไม้แล้วล่ะ...” หนุ่มรุ่นพี่จะมานั่งข้างๆอูยองทุกวัน พร้อมถามว่าวันทั้งวันคนตัวเล็กทำอะไรมาบ้าง

แท้จริงแล้วนิชคุณกับอูยองจบมาจากโรงเรียนมัธยมปลายแห่งเดียวกัน แต่ฝ่ายรุ่นพี่จบก่อนอูยองหนึ่งปี แรกเริ่มเดิมทีนิชคุณตั้งใจจะกลับไปเรียนต่อที่เมืองไทย แต่ด้วยอุบัติเหตุครั้งนั้น ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเรียนต่อที่เกาหลี โดยมาเรียนที่เมืองแดจอง

ช่วงเดือนมีนาคมปี 2008 ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้น เป็นช่วงที่อูยองกำลังจะเรียนจบมัธยมปลายพอดี ในตอนนั้นนิชคุณจบมัธยมปลายมาได้ประมาณปีนึงแล้ว และกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยต่อที่ไหน

จนเมื่ออูยองประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียความทรงจำ หนุ่มไทยก็ไม่ลังเลอีกต่อไปที่จะเรียนต่อที่นี่ เพราะเขาเลือกแล้วที่จะดูแลรุ่นน้องคนนี้ ...ขอดูแลไปจนกว่าอาการแทรกซ้อนจากการสูญเสียความทรงจำของอูยองจะหายไป

หลังจากอุบัติเหตุในเดือนมีนาคม อูยองต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นตัว อาการแทรกซ้อนที่สำคัญอย่างหนึ่งจากอุบัติเหตุครั้งนั้น คือ โรคไมเกรน แท้จริงแล้วโรคนี้เป็นโรคทางกรรมพันธุ์ที่ครอบครัวของอูยองเป็นกันหลายคน ทว่าตัวอูยองกลับไม่เคยแสดงอาการว่าเป็นไมเกรนออกมาเลย จนกระทั่งประสบอุบัติเหตุจนสูญเสียความทรงจำนี่ล่ะ ที่ทำให้โรคไมเกรนในสายเลือดเริ่มแสดงตัวและแผลงฤทธิ์อย่างไม่เกรงใจ

ทุกครั้งที่มีอะไรมาสะกิดความทรงจำ อูยองจะปวดหัวทุรนทุรายจนต้องนอนพักลูกเดียว โดยเฉพาะช่วงสองเดือนแรก อาการของเขาหนักเสียจนผู้เป็นมารดาของอูยองต้องแอบไปนั่งร้องไห้บ่อยครั้งด้วยความเป็นห่วงลูกชาย ในตอนนั้น คุณและคุณนายจาง ยอมทุ่มเงินทุกเม็ดให้กับการรักษาลูกชาย

กระทั่งเดือนมิถุนายนเวียนมาเยือน อาการของอูยองจึงค่อยดีขึ้น ความเจ็บปวดจากไมเกรนไม่รุนแรงเหมือนช่วงสองเดือนแรก อารมณ์ที่แปรปรวนก็เริ่มเย็นลง การทำกายภาพบำบัดโดยความช่วยเหลือของแพทย์จากอเมริกาทำให้เด็กหนุ่มอาการดีขึ้นทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต อูยองฟุ้งซ่านเห็นภาพหลอนน้อยลง ไม่ฝันร้ายตื่นขึ้นมากลางดึกเหมือนช่วงสองเดือนแรก

ย่างเข้าเดือนกันยายน จากคนที่ต้องอยู่ในสายตาและความดูแลของแพทย์ตลอดเวลา อูยองเริ่มได้รับอนุญาตให้กลับบ้านได้เป็นครั้งคราว แต่ก็มีหลายครั้งที่ปวดหัวหนักจนต้องหามเข้าโรงพยาบาลใหม่อีกรอบ เด็กหนุ่มเป็นเช่นนี้อยู่จนกระทั่งเดือนธันวาคม ที่อูยองเริ่มกลับมาใช้ชีวิตแบบคนปกติได้ ไม่ต้องวิ่งเข้าออกโรงพยาบาลบ่อยๆเหมือนที่เคยทำเสมอมา

 

สิ่งเดียวที่ไม่ปกติเกี่ยวกับชีวิตของจาง อูยองคือ ...การเป็นบุคคลผู้ไร้ซึ่งความทรงจำ

 

ในช่วงที่อยู่ในโรงพยาบาล อูยองมีคนมากหน้าหลายตาผลัดเปลี่ยนมาเยี่ยมเยือน แทคยอนซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกับนิชคุณก็คอยมาเฝ้าเมื่อมีโอกาส ส่วนจุนโฮนั้นมาเยี่ยมได้เพียงแค่ช่วงสองสัปดาห์แรกเท่านั้น หลังจากนั้นเด็กหนุ่มตาตี่ก็ต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ส่วนนิชคุณเองมาหาอูยองแทบจะทุกวัน

ก่อนจะประสบอุบัติเหตุ อูยองเคยตั้งมั่นไว้ว่าจะต้องเรียนต่อคณะที่เกี่ยวกับภาษาให้ได้โดยไม่สนใจว่าจะเป็นของมหาวิทยาลัยไหน เจ้าตัวบอกเองว่าอยากเรียนอะไรก็ได้ที่ได้อ่านวรรณกรรมเยอะๆ สมัยมัธยมปลาย อูยองชอบไปซื้อหนังสือกลอนภาษาอังกฤษมาอ่าน เจ้าตัวรู้ตัวดีว่าคงไม่มีทางแปลออกทั้งหมด เพราะภาษาอังกฤษไม่ใช่ภาษาแม่ของเขา ภาษาอังกฤษของอูยองคงจะสู้พวกนิชคุณหรือแทคยอนไม่ได้ เพราะสองคนนั้นเคยได้ใช้ชีวิตตอนเด็กๆที่อเมริกามาแล้ว

ถึงจะรู้อย่างนั้นอูยองก็ยังไปซื้อหนังสือกลอนมาเก็บไว้ เล่มแรกที่เขามีไว้ในครอบครอง คือ หนังสือรวมบทกลอนของ Carol Ann Duffy ทุกครั้งที่อ่าน เจ้าตัวจะชอบเอามาถามพวกรุ่นพี่ในชมรมให้ช่วยเขาคิด มีหลายอย่างที่เขาตีโจทย์ไม่ออก บุคคลอันดับต้นๆที่เป็นเป้าในการถามคำถามก็จะหนีไม่พ้น นิชคุณ แทคยอน และอีกคนคือแจบอม ซึ่งในสมัยมัธยมปลายเคยเป็นประธานชมรมดนตรีสากล

ทว่า... อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็ได้ทำให้ความฝันที่จะเรียนด้านวรรณกรรมของอูยองต้องสลายไป เพราะมีหลายอย่างในการอ่านที่ไปสะกิดความทรงจำของเด็กหนุ่มเข้า ทุกครั้งที่ถูกสะกิด อาการปวดหัวไมเกรนจะกำเริบหนัก จนต้องนอนพักอยู่กับบ้านเฉยๆอาการทุรนทุรายจึงค่อยทุเลาลง

คนสนิทรอบกายอูยองทุกคนลงความเห็นร่วมกันว่า ควรจะให้อูยองไปจากกรุงโซล หรือไปจากที่ใดก็ตามที่เขาเคยมีความทรงจำอยู่ เพราะสำหรับอูยองการถูกสะกิดความทรงจำไม่ใช่เรื่องดีเลย เด็กหนุ่มจะเจ็บปวดทุรนทุรายทุกครั้งจนไม่สามารถทำอะไรต่อได้ ทุกคนจึงลงมติเอกฉันท์ให้อูยองย้ายไปอยู่กับนิชคุณที่เมืองแดจอง ซึ่งเป็นเมืองที่อูยองไม่เคยไปมาก่อน และไม่น่าจะมีความทรงจำใดๆเกี่ยวกับเมืองนั้นเลย

การย้ายไปครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการให้เด็กหนุ่มไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยมีนิชคุณคอยดูแลอยู่ไม่ห่าง แม้ว่าอูยองจะใช้ชีวิตได้เกือบเหมือนคนปกติทั่วไปแล้ว ความทรงจำก็ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ ที่ทำให้เด็กหนุ่มไม่สามารถเรียนต่อมหาวิทยาลัยได้เหมือนคนทั่วไป 

 

ª

 

อูยองนั่งอยู่บนระเบียงของอาคารเรียน พิงศีรษะไปบนขอบระเบียง พลางจับจ้องแผ่นฟ้าชุ่มฝนที่หนักอึ้งเต็มที ...พายุเข้าอีกแล้ว... เด็กหนุ่มคิด พลันละสายตาจากเบื้องบนมาจับจ้องหนังสือในมือต่อ อูยองรู้ตัวว่าเขากำลังฝัน ฉากนี้จะวนเวียนมาเยี่ยมเยียนทุกคืน รู้ทั้งรู้ว่าเป็นแค่ความฝัน แต่เด็กหนุ่มก็ยังปล่อยตัวเองให้ล่องลอยไปตามกระแสของมัน ปล่อยให้ฝันนั้นนำทางไป ไม่มีกระจิตกระใจกระตือรือร้นที่จะตื่น

จู่ๆ สัมผัสแผ่วเบาของหยดน้ำก็ร่วงลงบนแก้มซ้ายของคนที่กำลังจะอ่านหนังสือต่อ จากหยดเดียวกลายเป็นสองหยด สามหยด สี่หยด กลายเป็นฝนพรำเหมือนอยู่ใต้ฝักบัว อูยองรู้ว่าภายในเวลาไม่กี่วินาทีข้างหน้า ฝนที่ตกพรำๆเหมือนฝักบัวจะกลายเป็นพายุโหมหนัก ถึงจะรู้เช่นนั้นเขาก็ยังไม่คิดจะ เปลี่ยนแปลง อะไร ...ยังคงไว้วางใจให้