[SF-ChanHo] "Will you keep it secret" [1/2]

posted on 10 Aug 2011 22:37 by teashop-inglenook in ChanHo-ShortFiction

ª Will you keep it secret ª

Author: Palmira (aka Lunaria)
Status: Short Fiction
Pairing: Chansung x Junho (ChanHo)
Fandom: 2PM
Rating: PG

 

 

-------------

 

 

.

.

.

.

.

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฮวาง ชานซองจะทอดสายตามองใครได้หวานเชื่อมขนาดนี้

แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะถูกมองแบบนี้จากมักเน่ของวง

 

“ถอดออกเหอะ ไม่เห็นจะเข้ากับนายเลยซักนิด” อีจุนโฮบ่นขึ้น บุคคลเป้าหมายของการบ่นก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นมักเน่ตัวโตที่นั่งสวมแว่นดำอยู่ตรงหน้า “ตัวใหญ่ซะเปล่า...”

“......” แต่ดูเหมือนว่านั่นจะไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าสะทกสะท้านเลยแม้แต่น้อย ร่างสูงเพียงแค่ถอดแว่นดำออก เพียงแค่นี้ปราการขวางกั้นระหว่างวิถีสายตาของเขากับจุนโฮก็ไม่เหลือแล้ว

ตาคู่คมทอดมองใบหน้าที่อยู่ห่างออกไปเพียงแค่เอื้อม ตาเรียวเล็กมองกลับมาพร้อมเครื่องหมายคำถาม ก็จะไม่ให้งงได้ยังไง หมู่นี้เวลาพูดอะไรกับชานซองไป เจ้าตัวมักเอาแต่เงียบ แทนที่จะโต้ตอบหรือทำหน้างอนแบบเมื่อก่อน ...นอกจากไม่โต้ตอบแล้วยังบังอาจมาต่อยกลับอีกต่างหาก ถึงมันจะเป็นแค่หมัดเบาๆไม่ได้ทำให้บอบช้ำแต่อย่างใดก็ตาม

“อะไร...” เจ้าของดวงตาขีดเดียวถามกลับ และสิ่งที่จุนโฮได้รับก็มีเพียง ‘รอยยิ้ม’

“......” ยังคงไม่มีคำพูดใดๆจากปากชานซอง ยิ้มที่เห็นตรงหน้าค่อยๆคลี่กว้างขึ้น กลายเป็นยิ้มหวาน... หวานขนาดที่ว่าไม่ว่าสาวไหนมาเห็นคงต้องเข่าอ่อนไปตามๆกัน โชคดีที่บุคคลผู้ได้รับรอยยิ้มนั้นไม่ใช่สาวที่ไหน แต่เป็นอีจุนโฮ แค่ยิ้มหวานแค่นี้มันไม่ทำให้จุนโฮสะทกสะท้านหรือรู้สึกอะไรหรอก

ไม่แปลกใจเลยทำไมเหล่านูนาในกองถ่ายถึงได้เอ็นดูชานซองนัก ก็เพราะทำตัวแบบนี้ไงล่ะ เจอใครก็ยิ้มหวานเข้าสู้ ใครมันจะไปนึกว่าผู้ชายหน้ามึนตลอดเวลาแบบฮวางชานซองเวลายิ้มทีจะหวานกระแทกสายตาแบบนี้

หลังจากเงียบอยู่นาน มักเน่ตัวโตก็ยอมพูดออกมาสักที

 

“ฉันเก่งกว่านายอีก...” 

 

จบ... ห้าพยางค์สั้นๆ

“...?...” อะไรของมัน? นั่งรออยู่สักพักรอให้ชานซองพูดต่อ มันก็ไม่ยอมพูด เอาแต่ส่งยิ้มหวานอยู่นั่นแหล่ะ ถ้าแค่ยิ้มเฉยๆยังพอรับไหว แต่นี้ยิ้มในสภาพที่ตัวมันเองก็ยังอยู่ในเสื้อกล้ามรัดรูปสีดำ คิดว่าตัวเองหล่อนักหรือไง!

“หึ...นายมันก็ไม่ได้ดูดีนักหนอก!” ไอ้ขี้เก๊กเอ๊ย... อยากจะเสริมไปอีกนิดแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป อะไรบางอย่างในรอยยิ้มของคนตรงหน้ามันทำให้จุนโฮรั้งคำพูดตัวเองไว้

“......” ด่าไปกี่คำๆมันก็เอาแต่เงียบ

“นี่...จะมองอะไรนักหนา”

“......” นอกจากจะเงียบแล้วยังฉีกยิ้มหวานส่งมาให้อีกระลอกอีกต่างหาก

“หยุดยิ้มได้ยัง!”

“......” และฮวางชานซองก็ยังคงคลี่ยิ้มหวานต่อไป ร่างสูงนิ่งพอจะอดทนต่อความฉุนเฉียวของจุนโฮได้เสมอ

“เฮ้ย พอได้แล้ว ไอ่ตี๋มันเขินหมดแล้วเห็นมั้ย”

“ผมไม่ได้เขินนะพี่!” จุนโฮหันไปแหวใส่แทบจะทันที แน่นอนว่าจอมบงการชีวิตของจุนโฮจะเป็นใครไม่ได้นอกจากคิม จุนซู พี่ชายที่มักจะถือวิสาสะคิดว่าตัวเองชื่อ ‘จุน’ เหมือนเขา ก็เลยเริ่มเข้ามามีส่วนร่วมในเกือบทุกเรื่องในชีวิตของจุนโฮ ไม่ว่าจะเป็นการตัดสินใจเลือกของกินแทนจุนโฮ ตัดสินใจว่าจุนโฮควรจะแต่งตัวยังไงในวันไหน ตัดสินใจแทนแม้กระทั่งเรื่องสาวๆที่เข้ามารายล้อมเขา...

และไม่เว้นแม้แต่... เรื่องข่าวลือหนาหูที่แพร่ไปจนเกือบจะทั่วโลก

 

ข่าวลือที่ว่านั่นก็หนีไม่พ้นเรื่องของจุนโฮเอง และใครอีกคนที่ตอนนี้กำลังนั่งฉีกยิ้มอยู่ตรงหน้านี่แหล่ะ

 

“เฮ้ย ลุกๆ ไปทำงานต่อได้แล้วไป ไปจีบกันเวลาอื่น!”

“พี่จุนซู!” เจ้าของดวงตาเรียวผุดลุกขึ้น ปั้นหน้าหาเรื่องคนเป็นพี่ที่เอาแต่ยุแยงเรื่องไม่เป็นเรื่อง “ทำไมพี่ต้องคอยยุให้ไอ้นี่มันจีบผมด้วย!”

“อ้าว...ก็พี่นึกว่าเราชอบซะอีก” จุนซูไหวไหล่อย่างไม่แยแสสิ่งใด

“ผมไม่เคยพูดอะไรซักคำเลยนะ!”

“ไม่เคยพูดก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะไม่แสดงออกนะน้อง” คลี่ยิ้มยียวนให้คนเป็นน้องก่อนจะยักคิ้วเบาๆให้จุนผู้น้องตกใจเล่นๆ “ช่างเถอะ ไปทำงานกันได้แล้วไป”

“เดี๋ยวพี่! มาเคลียร์ก่อน อะไรคือไม่ได้พูดแต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่แสดงออก”

“เฮ้ย แกล้งโง่รึเปล่าไอตี๋... ช่างเหอะ ไม่ได้สำคัญอะไรหรอก ไปทำงานได้แล้ว ไปๆ”

“แต่ว่ามัน...!”

แต่ก่อนที่จุนโฮจะได้โวยวายไปมากกว่านี้ พี่ผู้จัดการก็เรียกพวกเขาซะก่อน นั่นทำให้จุนโฮต้องยั้งคำพูดและความสงสัยของตัวเองเอาไว้อีกครั้ง พลันหางตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของคนที่เพิ่งจะนั่งยิ้มหวานให้เขา

“ยิ้มอะไรอีกวะ!” ขอแหกปากอีกสักทีเถอะ จะไม่ให้หงุดหงิดได้ไงในเมื่อเหลือบตาไปแล้วเห็นฮวางชานซองยังคงลอบยิ้มน่าขนลุกมาที่เขาไม่หยุดซักที

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชานซองยิ้มให้เขา รู้จักกันมาตั้งหกปี ผู้ชายคนนี้ยิ้มให้เขาแทบจะเป็นหมื่นครั้งแสนครั้ง ...แต่สิ่งที่สะกิดใจจุนโฮมันคือลักษณะของรอยยิ้มนั่นต่างหาก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่จุนโฮรู้สึกว่ายิ้มที่เขาคุ้นเคยมันกำลังเปลี่ยนไป บอกไม่ได้ว่าชานซองไปทำอะไรกับตาตัวเองมารึเปล่า ปกติหมีตัวโตนี่ก็ตาหวานผิดวิสัยผู้ชายเกาหลีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้ชื่อว่าเป็นหนุ่มลูกครึ่งอิตาเลียนหรอก แต่รอยยิ้มที่จุนโฮเห็นในวันนี้...มันเป็นยิ้มที่ไม่ได้คลี่แค่ริมฝีปาก แต่ตาคมคู่นั้นก็กำลังคลี่ยิ้มหวานมอบให้จุนโฮด้วย

“ไปกันเถอะ...” และคราวนี้ร่างสูงไม่ยิ้มเปล่า ลำแขนยาวตรงเข้าตวัดรอบเอวจุนโฮ ก่อนจะพาเดินไปด้วยกัน

นี่ก็อีก... นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั้งคู่เดินโอบเอวกัน แต่จุนโฮรู้สึกว่านี่เป็นครั้งแรกที่ชานซองเข้ามาโอบเขาด้วยท่าทีที่ดูเหมือน...

 

...อยากจะถนอมจุนโฮยังไงชอบกล

 

ไม่ได้โอบเพราะมิตรภาพแบบที่ลูกผู้ชายเขาทำกัน แต่ดูท่าทางมันสิ เข้ามาสอดแขนไว้รอบเอว พร้อมกับประคองไว้หลวมๆอย่างกับว่าจุนโฮเป็นคนท้องอย่างนั้นแหล่ะ

“เมิงเป็นไรมากป่ะ”

“หือ?”

“เมิงเป็นไรมากป่ะชาน”

“เปล่านี่ ทำไมเหรอ” มักเน่หน้ามึนก็ยังคงตอบหน้าตาเฉย แขนก็ยังคงประคองไว้รอบเอวจุนโฮ

“ฉันไม่ได้ป่วย ไม่ต้องมาโอบอะไรขนาดนี้ก็ได้ เดินเองได้น่า”

“......”

จุนโฮพูดพลางพยายามแกะอ้อมแขนนั้นออก ก่อนจะเร่งฝีเท้าเดินตามจุนซูที่ล่วงหน้าไปไกลมากแล้ว

 

 

หลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน ทั้งหกหนุ่มก็เดินทางกลับมายังหอพัก แต่ละนายเดินเรียงแถวผ่านประตูห้องเข้ามาด้วยสภาพอันเหนื่อยล้า

“ชานซอง... รีบนอนรึเปล่า” พี่ชายคนโตสุดเอ่ยเรียกน้องเล็กของวง

“เอ่อ ถ้าจะไม่ให้รีบนอนก็ได้ พี่มีอะไรรึเปล่า”

“อ่อ งั้นก็ดีแล้ว... รอพี่ที่โซฟานี่แหล่ะ เดี๋ยวไปอาบน้ำก่อน”

“......” ตาคมไล่มองตามหลังบุคคลผู้เป็นเส้นเสียงหลักของวงไปจนร่างนั้นเลี้ยวลับเข้าไปในห้องน้ำ ไม่เพียงแค่ชานซองคนเดียวเท่านั้นที่มองไล่หลังคนเป็นพี่ จุนโฮเองที่เดินตามหลังชานซองมาติดๆก็อดไม่ได้เช่นกันที่จะเหลือบมองใบหน้าของคนทั้งคู่ ฉับพลันคิ้วเรียวก็ขมวดมุ่นเป็นปมหลวมๆ คำพูดของจุนซูที่เขาได้ยินยิ่งทำให้ความสงสัยที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้นจนคับอก ทำไมพี่ชายคนโตต้องรั้งไม่ให้ชานซองรีบนอน มีอะไรงั้นหรือ

สิ้นเสียงปิดประตูห้องน้ำ จุนโฮก็เอ่ยปากถามมักเน่ของวงทันที “มีอะไรกันเหรอ”

คนถูกทักสะดุ้งเบาๆก่อนจะเหลียวหลังหันไปมอง “อ๋อ ไม่รู้เหมือนกัน พี่จุนซูคงอยากปรึกษาอะไรซักอย่างน่ะ”

“......” คำตอบที่ได้ยินไม่ได้ทำให้ความสงสัยลดลงเลยแม้แต่น้อย แต่เอาเถอะ วันนี้จุนโฮเหนื่อยแล้ว ถึงจะสงสัยแค่ไหน แต่ซักไซ้ไล่เลียงไปก็คงจะเท่านั้น “อืม อย่านอนดึกนักล่ะ พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า เดี๋ยวจะตื่นไม่ไหวเอาซะก่อน ฝากบอกพี่จุนซูด้วย งั้นฉันไปอาบน้ำนอนก่อนนะ”

“อ้าว วันนี้นอนเร็วจัง”

“ก็มันเหนื่อยนี่...”

“เหรอ...”

“อืม”

“แล้ว...เหนื่อยมากมั้ย

“......”

 

ทำไมคำถามนี้ฟังแล้วมันจั๊กจี้หูชอบกล?

 

“ก็เหนื่อยเป็นปกติอยู่แล้วนี่ ชินซะแล้วล่ะ ไปก่อนนะ อย่านอนดึกล่ะ” จุนโฮรีบรวบรัดตัดความโดยเร็ว ก่อนที่ชานซองจะเท้าความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้ เจ้าของดวงตาเรียวเล็กหันไปยิ้มให้เพื่อนรักเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้อง

สิ้นเสียงประตูปิดลง มักเน่ร่างสูงก็ทิ้งร่างลงนั่งบนโซฟาตัวยาวทันทีพร้อมกับเสียงถอนหายใจเฮือกยาว โชคดีที่ในตอนนั้นสมาชิกคนอื่นๆต่างทยอยเดินเข้าห้องตัวเองกันไปหมดแล้ว จึงไม่มีใครสังเกตชานซองมากนัก

ตาคู่คมยังคงทอดมองไปยังประตูไม้บานเดิมที่เพิ่งจะปิดลง หลังประตูบานนั้นจุนโฮคงกำลังเตรียมตัวอาบน้ำและพร้อมเข้านอนทุกเมื่อ จะมีใครเหมือนชานซองล่ะ...จะว่าเหนื่อยมันก็เหนื่อย จะว่าง่วงมันก็ง่วง แต่พอหัวถึงหมอนแล้วเปลือกตากลับไม่ยอมปิดเอาเสียดื้อๆ เป็นแบบนี้มานานแล้ว แล้วดูเหมือนเจ้าตัวจะรู้ซะด้วยว่าอะไรคือสาเหตุของอาการดังกล่าว

มือใหญ่ลูบหน้าตัวเองแรงๆหนึ่งที ความกลัดกลุ้มที่เคยบอกตัวเองว่าให้ลืมๆมันไป...ตอนนี้มันกลับมารังควานชีวิตประจำวันของฮวางชานซองอีกแล้ว นึกว่าจะจัดการกับไอ้อาการบ้าๆนี้ได้แล้วแท้ๆ สุดท้ายแล้วมันก็ไม่เคยเปลี่ยนไป ทุกวันนี้ก็ทำได้เพียงอดทน เฝ้ารออะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าปลายทางจะอยู่ไกลแค่ไหน

ฮวาง ชานซองทำได้เพียงถือคติว่าความอดทนจะนำมาซึ่งสิ่งดีๆเสมอ... เชื่อมั่น ยึดมั่น ถือมั่นกับประโยคนี้ตลอดมา จนหลายครั้งเริ่มไม่มั่นใจว่า ความอดทน ที่ว่าดีนักดีหนาจะพาเขาไปสู่ปลายทางได้จริงหรือเปล่า

 

ปลายทาง ที่ชานซองวาดภาพเอาเองว่ามีจุนโฮยืนคอยอยู่

 

นั่งทอดความคิดมองเพดานขาวโพลนอยู่ได้สักพัก พี่ชายคนโตของวงก็เดินออกมาหามักเน่ที่นั่งแหมะอยู่บนโซฟา

“ว่าไงเรา รู้สึกไหมว่าวันนี้ทำพลาดไปหน่อย” จุนซูเปิดหัวข้อการสนทนาด้วยการยิงตรงเข้าประเด็นทันที

ชานซองยกหัวขึ้นจากเบาะ “พลาด?”

“ใช่... ไม่มีใครเขาชอบโดนจ้องนานๆแบบนั้นหรอกนะ”

“.....”

“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้ตัว”

“......” ร่างสูงส่ายหน้า

“ถามจริง?”

“......” มีเพียงการส่ายหน้าเท่านั้นที่เป็นคำตอบของทุกสิ่ง

“ไอ้บ้า! นายจ้องจุนโฮตั้งไม่รู้กี่นาที มันมากไปนะ การจ้องมากไปมันทำให้ดูเหมือนนายจะคุกคามอีกฝ่ายนะ...จะบอกให้” พี่ชายเสียงดีประจำวงอธิบาย “มองได้ ไม่ได้ห้าม แต่ถ้านายตั้งใจจะรุกอย่างมีชั้นเชิง มันต้องมองอย่างมีลีลามากกว่านี้!”

“ก็ผมไม่เคยทำนี่... ไอ้ที่พี่ว่ารุกอย่างมีชั้นเชิงอะไรเนี่ย”

“โอ๊ย แล้วมันจะยากอะไรวะ ...การรุกอย่างมีชั้นเชิงเริ่มจาก การหยอดด้วยคำพูดแบบเบาๆ ตามมาด้วยส่งสายตาปะแล่มๆ(?)อย่างมีท่าที อย่าจ้องนาน ให้จ้องตาเฉพาะเวลาอีกฝ่ายจ้องกลับเท่านั้น จ้องทีเผลอบ้างเล็กน้อย แต่อย่าแช่! มันดูคุกคามมากไป”

“แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะคุกคามเขานะ” ใบหน้าคมเริ่มง้ำงอเหมือนเด็ก นี่มันอายุเท่าไหร่กันแล้วถึงต้องให้คนแก่กว่าไม่กี่ปีมาสอนเรื่องพวกนี้

“งั้นแกก็คุกคามเขาโดยไม่รู้ตัวแล้วล่ะ ระวังหน่อย ถ้ารุกแรงไปเดี๋ยวเขาจะถอยหนีเอาซะก่อน...”

“......” ชานซองเอนศีรษะลงพิงเบาะด้านหลังอย่างอ่อนแรงอีกครั้ง

“เฮ้ย อย่าท้อสิวะ! ของแค่นี้ไม่เห็นจะยาก”

“ผมใช้วิธีของผมได้มั้ยอ่ะ ไม่เอาวิธีของพี่แล้ว มันยากเกินไป จะทำอะไรๆก็ต้องมีจังหวะไปซะหมด”

“ใช้วิธีของนาย? เหอะ...ไอ้ตี๋มันคงวิ่งหนีซะก่อนอ่ะ” จุนซูหย่อนกายลงนั่งข้างคนเป็นน้อง

“ไม่หรอก อย่างน้อยผมเชื่อว่าความเป็นเพื่อนของผมกับเขามันจะทำให้จุนโฮเข้าใจผม”

“มั่นใจมาก?”

“......” นั่นสิ พอโดนถามว่ามั่นใจรึเปล่า ชานซองได้แต่ร้องตอบในใจว่าไม่มั่นใจในตัวเองเลยแม้แต่นิด โดยเฉพาะเวลาคู่กรณีเป็นอีจุนโฮด้วยแล้วล่ะก็

“เอางี้นะ ขั้นแรก นายต้องหัดหยอดคนให้เป็นก่อน”

“หยอด? ยังไงอ่ะพี่...”

“ก็อย่างเช่น...” พี่ชายเสียงดีหยุดคิดชั่วครู่ “พูดจาให้คลุมเครือเข้าไว้ หรือไม่ก็ทำอะไรให้ดูเหมือนจุนโฮพิเศษกว่าคนอื่น แต่ทำเบาๆนะ อย่าปฏิบัติตัวเปลี่ยนไปจากเดิมมากนัก จะทำอะไรก็ทำบนพื้นฐานของความเป็นเพื่อน ...เกินเพื่อนได้เล็กน้อยเท่านั้น”

“......”

“นายต้องล่อให้เหยื่อเกิดความสงสัย”

“......” เหยื่อ? ...ถึงขั้นต้องเป็นเหยื่อกันเลยทีเดียว?

“ปล่อยให้สงสัยไปซักเดือนนึง แล้วค่อยๆเพิ่มดีกรีความแรง”

“......”

“99.99% ของคนที่โดนหยอดจะกลายมาเป็นฝ่ายตกหลุมรักซะเอง...”

“......” แต่ชานซองกลับนึกภาพอีจุนโฮเป็นแบบนั้นไม่ออกเลยจริงๆ

“เข้าใจยังน้อง?”

“เข้าใจน่ะมันก็เข้าใจนะ แต่จะทำได้รึเปล่ามันก็......”

 

กริ๊ก 

 

ทว่าไม่ทันที่ชานซองจะได้พูดจบประโยค บุคคลผู้ถูกกล่าวถึงในบทสนทนาก็เปิดประตูออกมาจากห้องนอนของตน

“ยังไม่นอนกันอีกเหรอ” พูดเสียงแผ่วพลางขมวดคิ้วสงสัยในท่าทางส่อพิรุทธ์ระหว่างพี่ชายผู้เป็นเส้นเสียงหลักของวงกับมักเน่ร่างสูง “...เป็นอะไรกันรึเปล่า ทำไมทำหน้าซีเรียสกันจัง” อดไม่ได้ที่จะถาม

“เปล่านี่ พี่หน้าซีเรียสเหรอ”

“พี่อ่ะไม่ซีเรียสหรอก แต่ไอ้นี่...” เจ้าของดวงตาเรียวพยักเพยิดใบหน้าไปทางชานซอง “เห็นทำหน้าเครียดมาตั้งแต่ตอนอยู่ในรถแล้ว มีอะไรรึเปล่า” พูดพลางปิดประตูห้องไล่หลัง และเดินตรงมายังโซฟาที่มีบุคคลทั้งสองจับจองอยู่

“มันก็หน้ามึนอย่างนี้ของมันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...” จุนผู้พี่พยายามเบี่ยงเบนความสนใจของจุนผู้น้องโดยการแกล้งทำเป็นบิดขี้เกียจ ขยับตัว ให้อะไรๆมันดูไม่ซีเรียสมากเกินไป “จะเที่ยงคืนแล้วนะ ไปนอนกันได้แล้วไปเด็กๆ” เอ่ยพร้อมลุกจากโซฟา ตบฝ่ามือเบาๆลงบนไหล่ของรุ่นน้องทั้งสองคน “ถ้าไม่รีบนอนเดี๋ยวพรุ่งนี้ตื่นไม่ไหวนะ”

“ไม่เป็นไรอ่ะพี่ ผมนอนไม่หลับ อยากจะออกไปหาอะไรเย็นๆในมินิมาร์ทดื่มซักหน่อย”

“หา! ไปตอนนี้เนี่ยนะ!” คนเป็นพี่โวยวายขึ้นทันที “เฮ้ย อย่าติสให้มันมากนักจุนโฮ ข้างนอกมันมืดแล้วนะ ไปนอนเหอะ”

“มืดแล้วไง ผมเป็นผู้ชายนะ”

“ก็นั่นแหล่ะ แต่มัน...”

 

“ไปสิ เดี๋ยวฉันไปด้วย” 

 

โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย หนุ่มร่างสูงที่นั่งนิ่งอยู่นานก็พูดขึ้นแทรก และไม่พูดเปล่า เจ้าตัวกระวีกระวาดลุกจากโซฟาและตรงไปยังชั้นวางรองเท้า ก่อนจะเหลียวหลังหันมามองจุนโฮ “เอ๊า ยืนงงอะไรล่ะ ก็จะไปด้วยนี่ไง อยากเดินเล่นไม่ใช่เหรอ”

“......”

สองจุนยืนมองหน้ามักเน่ของวงด้วยสายตางุนงง

“เอ่อ...ก็ได้ ขอบใจนะ”

“นี่จะออกไปกันจริงๆเหรอเนี่ย” จุนซูยังคงมองน้องทั้งสองด้วยสายตาที่บอกว่าไม่อยากจะเชื่อ “ไม่กลัวเจอแฟนๆซุ่มอยู่ในพุ่มไม้เหรอ”

“จะบ้าเหรอพี่...” จุนโฮเอ่ย ก่อนจะเดินตรงไปยังชั้นวางรองเท้าบ้าง

ยอมรับ...ว่ารู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆชานซองก็เสนอตัวจะออกไปเป็นเพื่อนกัน มันก็ไม่แปลกนักหรอกที่เพื่อนจะหยิบยื่นน้ำใจเล็กๆน้อยๆให้กันแบบนี้ แต่ช่วงหลังมันชักมีอะไรแปลกๆ จุนโฮพยายามบอกตัวเองไม่ให้คิดมาก ทว่าสีหน้าท่าทางของชานซองมันทำให้ต้องฉุกคิดทุกครั้ง บางครั้งเจ้าหมียักษ์นี่ก็เอาอกเอาใจเขาเหลือเกิน ตอนแรกก็คิดว่าคงจะแค่ประจบ แต่ไปๆมาๆมันชักจะยังไง

ทั้งสองเดินออกมาจากหอพัก ก้าวย่ำไปตามทางเดินคอนกรีตที่มีเสาไฟฟ้าตั้งตระหง่านอยู่เป็นระยะ ต่างฝ่ายต่างเงียบ ปล่อยให้ลมเย็นยามดึกกรรโชกปะทะผิวหน้า ริ้วผมสีเพลิงของจุนโฮปลิ่วว่อนไปตามแรงลม

“นี่...” จุนโฮตัดสินใจเป็นฝ่ายเปิดประเด็นสนทนาก่อน ไม่อยากปล่อยให้มันเงียบและน่าอึดอัดไปมากกว่านี้ “ที่ออกมามินิมาร์ทด้วยกันเนี่ย คงไม่ใช่ว่าจะออกมาซื้อขนมกลางดึกหรอกนะ”

“เฮ้ย เปล่าซะหน่อย ก็แค่อยากออกมาเป็นเพื่อนจุนโฮเฉยๆ” เสียงทุ้มเอ่ยตอบ พยายามยิ้มหวานส่งไปให้อีกฝ่ายผ่านความมืด “ทำไมล่ะ ไม่ดีเหรอ มีคนออกมาเดินเป็นเพื่อน”

“สงสัยเฉยๆ ไม่ได้ออกมาหาของกินก็ดีแล้ว ก็เห็นสมัยก่อนนายชอบกินขนมตอนดึกๆนี่...”

จากนั้นบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เงียบหายไปอีกครั้ง จนกระทั่งทั้งคู่เลี้ยวเข้าไปในมินิมาร์ทร้านประจำ จุนโฮตรงดิ่งเข้าไปหาตู้เย็นกระจกใสที่ตั้งเรียงกันเป็นแถบที่มุมร้าน ตาเรียวเล็กไล่สายตามองหาเครื่องดื่มที่ถูกใจ จนกระทั่งในที่สุดก็หยิบชาเขียวสำเร็จรูปออกมาหนึ่งกระป๋อง

“ชาน... เอาอะไรมั้ย”

“อืม...” ร่างสูงส่งเสียงตอบรับในลำคอพลางเดินเข้ามาใกล้จุนโฮ “เอาเหมือนจุนโฮแล้วกัน” พูดพลางคลี่ยิ้มบางๆประดับใบหน้า ให้คนมองนึกเอะใจเล่นๆว่าทำไมถามแค่นี้แล้วต้องยิ้มหวานให้ด้วย

“ไม่เอาอย่างอื่นเหรอ”

“ไม่ล่ะ แค่นี้ก็โอเคแล้ว

“......” จุนโฮจ้องมองรอยยิ้มนั่นพร้อมกับคิ้วที่ขมวดเป็นปมหลวมๆ

จุนโฮค่อยๆถอยเท้าออกมาจากตู้เย็นกระจกใส เดินตรงไปยังแคชเชียร์ และภายในเวลาไม่ถึงนาที ทั้งคู่ก็เดินออกมาจากร้าน

“ชาน...”

“หืม?”

“นอนไม่หลับอ่ะ เดินเล่นแป๊บนึงได้มั้ย”

“เที่ยงคืนครึ่งแล้วนะจุนโฮ”

“ก็มันนอนไม่หลับนี่ เดินเล่นซักหน่อยไม่ได้เหรอ”

ร่างสูงนิ่งไปชั่วครู่ ส่วนหนึ่งของสมองตีความคำพูดนั้นไปแล้วว่าบางทีจุนโฮอาจจะอยากอยู่กับเขาให้นานขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งของสมองก็ยั้งเขาไว้ไม่ให้คิดอะไรไปไกลกว่าความเป็นจริง จุนโฮคงแค่อยากเดินเล่นเท่านั้น ไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งมากมาย จุนโฮคงจะแค่นอนไม่หลับ เลยอยากให้ใครซักคนอยู่คุยเป็นเพื่อนกันก่อน

ไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกชานซอง...

“ก็ได้ แต่อย่าเดินเวิ่นเว้อนานนักล่ะ มันดึกแล้ว”

“รู้แล้วน่า ไม่นานหรอก ทำไม...หรือนายง่วงแล้ว?” จุนโฮย้อนถาม

“เปล่าซักหน่อย” อยู่กับจุนโฮจะง่วงลงได้ไง

“เออ งั้นก็เดินเป็นเพื่อนกันแค่แป๊บเดียวเท่านั้นแหล่ะ”

“อืม”

 

แค่ เดินเป็นเพื่อน เองเหรอ... อยาก เดินเป็นแฟน มากกว่านะ

 

จุนโฮหยิบกระป๋องชาเขียวของตัวเองขึ้นมาจากถุงพลาสติก จากนั้นก็เดินดื่มโต้ริ้วลมยามดึก และบทสนทนาระหว่างทั้งคู่ก็เงียบหายไปอีกครั้ง ผ่านไปราวสิบห้านาที ชานซองก็ทักขึ้น “นี่...กลับกันเถอะ นอนดึกเดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เพลียหรอก”

“......”

“พี่จุนซูจะเป็นห่วงเอาด้วย”

ทว่าจุนโฮก็ยังคงเดินกระดกกระป๋องชาเขียวอยู่เงียบๆคนเดียว ยิ่งตกดึกมากเท่าไหร่ ริ้วลมก็ยิ่งเย็นสบายมากขึ้น

“ชานซอง”

“หืม?”

“หมู่นี้นายทำตัวแปลกๆนะ รู้ตัวมั้ย”

“......” เอาแล้วไงฮวางชานซอง

“นี่อย่าเงียบสิ ไอเงียบๆนี่ก็อีก! เป็นอะไรนักหนาเนี่ย”

“เปล่านี่ ไม่ได้เป็นอะไรซักหน่อย ก็แค่บางครั้งเหนื่อยกับงานล่ะมั้ง”

“ไม่ล่ะ นายดูไม่เหมือนคนที่เหนื่อยกับงาน”

“......”

“มีอะไรปิดบังฉันอยู่เหรอ”

“......” กรรม... อย่านะ ยังไม่ใช่ตอนนี้

“มีอะไรไม่สบายใจก็บอกได้น่า ถ้านายยังเห็นฉันเป็นเพื่อนอยู่”

“......” ไอ้บอกน่ะมันอยากบอกจะตายห่าอยู่แล้ว แต่ถ้าบอกไปแล้ว จุนโฮนั่นแหล่ะที่จะไม่ได้เป็นแค่เพื่อนธรรมดาๆอีกต่อไป

“ไม่พอใจใครรึเปล่า ไม่พอใจฉัน? ไม่พอใจพี่คนไหนในวง?”

“ไม่ใช่แบบนั้นซักหน่อย ฉันไม่ได้มีปัญหากับใครหรอกน่า” ร่างสูงพยายามตอบบ่ายเบี่ยง

“งั้นก็มีปัญหากับตัวเอง?”

“ก็...ไม่เชิง” ชานซองนึกถึงคำสอนของจุนซูทันที เวลาพูดอะไรให้พูดแบบคลุมเครือเข้าไว้ ถ้าจะตอบว่า ไม่ใช่ ก็ให้ใช้คำว่า ไม่เชิง แทน... คำที่ไม่เป็นทั้งการปฏิเสธหรือตอบรับ

“อะไรวะ พูดจาให้เคลียร์หน่อยดิ ไปชอบใครที่ไหนหรือไง”

“......”

เมื่อเห็นชานซองไม่ตอบ เจ้าของดวงตาเรียวจึงตวัดหางตามามองเพื่อนรักทันที “เงียบไปแบบนี้...แสดงว่าใช่?”

“ก็ไม่เชิง...”

“ไม่เชิงอีกละ!...เอะอะอะไรๆก็ไม่เชิงๆ เดี๋ยวนี้นายกลายเป็นคนพูดจาคลุมเครือไปตั้งแต่เมื่อไหร่!”

“ก็ตอบตามความเป็นจริงแล้วนะ”

“งั้นก็ตอบมา ให้เลือกแค่สองอย่างเท่านั้น ใช่หรือไม่ใช่”

“อะไร? ใช่หรือไม่ใช่เรื่องอะไร?”

“โอ๊ย!!” จุนโฮเริ่มจะหงุดหงิดกับการเบี่ยงประเด็นของชานซอง “ใช่หรือไม่ใช่ที่นายไปแอบชอบใครอยู่น่ะ!”

“อ๋อออ...”

“อย่ามัวแต่อ๋อ ตอบมาด้วย อย่านอกประเด็น!”

“......” มาถึงจุดนี้ชานซองชักจะแอบสงสัยนิดๆแล้วล่ะ ว่าทำไมอีจุนโฮถึงได้ดูเป็นเดือดเป็นร้อนกับเรื่องราวของเขาขนาดนี้

“ไง... สรุปไปแอบชอบใครเข้าจริงรึเปล่า”

“อืม...ก็ใช่”

“ใครวะ!”

“......” เป็นอีกครั้งที่ชานซองเอะใจกับน้ำเสียงและสีหน้าของจุนโฮ

“อย่าเงียบสิ ฉันอยากรู้นะ!”

“...ไม่อ่ะ จุนโฮอย่ารู้เลย”

“เป็นเพื่อนกันป่ะเนี่ย!” เมื่อคำตอบของร่างสูงไม่ได้ดั่งใจ เจ้าตัวจึงเริ่มโวย

“เป็นสิ”

“ไม่ใช่! ฉันไม่ได้ต้องการคำตอบว่านายเป็นหรือไม่เป็นเพื่อนฉัน ฉันต้องการคำตอบว่านายชอบใครอยู่”

“มันไม่สำคัญหรอกน่าจุนโฮ...”

“สำคัญสิ!”

“......” สีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายทำให้ชานซองนึกสงสัยในใจ นี่จุนโฮจะมาเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับเรื่องของเขานักหนา

“บอกมา!”

“ไม่บอก”

“บอกมา!!”

“ไม่ได้หรอก”

“เอ๊ะ!!” สิ้นเสียงนั้น เจ้าของดวงตาเรียวเล็กก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง “ดี! อยากจะมีความลับมากนักก็ช่างหัวแม่ง!”

“......” ชานซองร้อง อ้าว เบาๆในใจ... นี่เขาทำอะไรผิด มีความลับนิดๆหน่อยๆแค่นี้ถึงขั้นต้อง ช่างหัวแม่ง เลยเหรอ... อีจุนโฮจะอารมณ์ร้อนไปหน่อยไหม คนเรามันก็ต้องมีความลับกันบ้าง

“ไม่เดินเล่นแล้ว! กลับ!”

“เฮ้ย จุนโฮเดี๋ยวสิ” จู่ๆจุนโฮก็ออกเดินดุ่มๆมุ่งไปในความมืดโดยไม่หันมาสนใจเพื่อนรักเลยแม้แต่น้อย ทำเอาร่างสูงแทบจะลุกขึ้นยืนไม่ทัน มักเน่ของวงรีบเร่งฝีเท้าเพื่อให้เดินตามอีกฝ่ายทัน และเมื่อสาวเท้าเร็วมาถึงตัวจุนโฮ ฝ่ามือหนาก็ตรงเข้าคว้าข้อมือขาวของอีกคนไว้ “จุนโฮ เดี๋ยวสิ ฉันขอโทษที่ต้องมีความลับกับนาย แต่อย่าโมโหกันแบบนี้สิ”

“หึ!” เปล่งเสียงเบาๆแค่นั้นก่อนจะพยายามขืนข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย

“จุนโฮ!” ทว่าคราวนี้ร่างสูงก็ไม่ยอมง่ายๆ เห็นจุนโฮโมโหแบบนี้แล้วเขาเองก็ไม่สบายใจเหมือนกัน “ฉันขอโทษก็ได้...” สมองของชานซองกำลังประมวลผลหาถ้อยคำที่จะประนีประนอมมากที่สุด “ฉันขอโทษที่บอกไม่ได้ ไว้ฉันพร้อมแล้วค่อยบอกไม่ได้เหรอ อย่ากระฟัดกระเฟียดแบบนี้สิ”

“ไม่ต้องบอกหรอก ฉันไม่อยากรู้แล้ว!”

“อ้าว...”

“ไม่ต้องมาอ้าว! เชิญเก็บความลับของนายต่อไปเถอะ”

“......”

“อยากจะไปชอบใครที่ไหนก็เชิญ...”

“......”

 

เอ๊ะ?... อาการแบบนี้มัน...

 

“หึ... ไอ้หมีงี่เง่า” ฝากคำพูดไว้ด้วยเสียงแผ่ว ก่อนจะก้าวเดินตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าชานซองจะเดินตามทันรึเปล่า

 

.
.
.
.
.
.
.
.
To be continue
.
.
.
.
.
.
.
แอร๊ยยยย หายไปนานมากกกก กลับมาคราวนี้ก็มาแบบมึนๆ พลอตมาแบบชั่ววูบสุดๆ
.
อันที่จริงแรงบันดาลใจมันก็มาจากคลิปนี้ล่ะ > อัญเชิญทุกท่านจิ้มเบาๆ <
.
สีหน้าของหมีเนี่ยนะ... เก็บๆบ้างก็ได้ รอยยิ้มก็เหมือนกัน อย่ายิ้มหวานใส่นูนอขนาดนั้น ...นูนออาจจะไม่ตายแต่สมาคมแม่บ้านชานนูนอจะตายกันยกหมู่บ้าน!!!
.
.
.
เหนื่อยมากค่ะช่วงนี้ - -* งานเยอะ ทั้งงานในมหาลัยและนอกมหาลัย
.
ใครบอกว่าชีวิตปี 4 สบาย? 55555 ไม่จริงเลยสักนิด - -*
.
พอเครียดเรื่องเรียนจบ ก็ต้องไปเครียดต่อกับเรื่องอนาคตตัวเอง... TvT

Comment

Comment:

Tweet

อร๊ายยยยยยยยยยยยยยยยย
หมีแอบชอบนูนอแต่ไม่กล้าบอกเพราะกลัวนูนอจะปฏิเสธ ส่วนนูนอก็ยังไม่รู้ตัวว่าชอบหมีเหมือนกัน
เลยงอนนนนน มุ้งมิ้งงง น่ารักจริงๆ แม่ยกเขิลอ่าาาา
เอาใจช่วยให้รู้ใจตัวเองไวววววว
ไรเตอร์แต่งออกมาได้น่ารักมากกกกกกกกกก
รักไรเตอร์ รักชานนูนอ
cnn only

#14 By love cnn (103.7.57.18|1.1.134.106) on 2013-04-24 14:09

น่ารัก >< ชอบๆ

#13 By PangHottest on 2012-07-31 03:44

อร้ายยยยยยยยยยยยยย!
อ่านแล้วมันจุกอก(?)
หลงรักอิหมีมากมาย
มาทำตาหวานตาเชื่อม ปั๊ด!จับจูบ(ผั๊วะ!ตีนนุ้งโฮ)
สอนเรื่องหยอด...?
เราว่าไปตามนิชคุณมาสอนดท่าจะเหมาะกว่า
(คบกันมั๊ย? แต่งกับพี่มั๊ย? นอนเตียงเดียวกันมั๊ย? นั่นนะ)

อ่านมาท้ายๆนุ้งโฮนี่แปลกมาก

#12 By minmemin (125.24.111.138) on 2011-09-02 17:27

คลิปนี้ ไม่ไหวเคลียร์เหมือนกันค่ะ สายตาน้องหมีมันชวนให้ละลายจริงๆ

คิดถึงฟิคคุณปรางมากมาย ว่างแล้วมาต่อไวไวนะค่ะ

ใกล้เรียนจบแล้ว สู้ๆนะค่ะ

#11 By nong-ho (118.175.70.162) on 2011-08-15 17:28

เห้ย!!อรัีงๆๆๆๆ (ดิ้น)
อยากชอบแบบนี้อ่ะ หมมีมันไม่บอกไม่พูดแอบรักงุงิๆ
แล้วมีเพื่อนพี่่น้องในวงมาเป็นกามเทพแผลงศรให้ ชอตอนที่เฮียจุนซูแกว่าชานซองที่มองอิน้องแตงโมแบบล่วงละเมิดเกินไป

เรื่องจริงเลยนะนั่น ชอบสายตาชานตอนมองน้องโฮของเจ๊(?)มาก
มองไม่เหมือนใคร หวานซะ อรั๊งงงงงงงง

รอตอนต่อไปดีกว่า เขินนนน =/////=

#10 By woo!! on 2011-08-14 23:27

อิชอตนั้นเค้าดูซ้ำไปซ้ำมา เขินแดดิ้นอยู่หน้าคอม
ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นน้องโฮ 555

รอ ร่อ ร้อ ว่าจะมีใครมาแต่งช๊อตนี้
แล้วก็เป็นคุณปราง จ๊วบบบบบบบบบบบ!!

น่ารักมากๆ หมีมันอึน มันมึน แต่มันก็ร๊ากกกกกกของมัน
แต่ป๋าซูค่ะ ป๋าขโมยซีนเด็กๆ ไปเยอะนะค่ะป๋า :P


#9 By LoVeisLove (124.121.158.222) on 2011-08-13 22:12

อ่านแล้วฮากระจายอิอิ สนุกมากเลย รอพี่ปรางมาอัพนานมากกกกกกก รอตอนต่อไปนะคะ ^-^

#8 By numwan on 2011-08-13 20:25

ไม่อ่านฟิคนานมาก อ่านเรื่องนี้แล้วแบบจะลงแดง
โฮหีง โฮหึง ชัวๆ
ชานก็นะ แปลกไปอย่างเห็นได้ชัด

รออ่านตอนต่อไปนะคะ

#7 By 1174_YVES on 2011-08-12 00:55

ชอบมากกก

อ่านแล้วหัวใจปวดตี้บๆๆๆ บอกไม่ถูก แบบ โฮกก เข้าใจทั้งหมีทั้งน้องโฮ โฮกๆๆๆ อ่านแล้วใจเต้นแบบ ลุ้นๆ ยิ่งตอนที่หมีโดนโฮจะล้วงความลับนี้แบบ อ้ากกก *ทึ้งหัววว

เฮียซูนี้แบบ เชี่ยวชาญเกินไปล่ะ 555 อ่านแล้วคล้อยตามมากๆ แต่เข้าใจหมีเลยอ่ะ คนมันไม่เคยอ่ะเนอะ มันยากนะเฟ้ย ไม่ได้เล่ห์เลี่ยมแพรวพราวแบบป๋าซูนิ ชิ คนมันรักไปแล้ววว รักล้นใจ แต่ต้องทนเก็บไว้นี้ ทรมานเน้อออ

แต่ดูท่า...โฮก็ว้าวุ่นแล้วว >//< แอร๊ยยย ชอบๆๆ

รอตอนต่อไปค่า

อ่อ เห็นด้วยนะค่ะ ช่วงใกล้เรียนจบเครียดกว่าเอ็นทรานอีก สู้ๆนะค่ะ เป็นกำลังใจให้ ^^

#6 By hellogoodbye on 2011-08-12 00:40

เสี่ยวอ่ะ เสี่ยวสุดสุด เสี่ยวขั้นเทพ เสี่ยวมาก ดูท่าจะเก็บกดที่ไม่ได้เสี่ยวมานานสินะ !!!!!!!!!

*ลงแดงตายตามประสาคนไม่ได้เสพคู่นี้มาเป็นชาติ*

น่ารักอ้ะ หวานกันไปแล้วนะ เพราะพี่ปรางไม่ได้เขียนคู่นี้นานหรือเพราะแตมไม่ได้อ่านคู่นี้นานก็ไม่รู้ ;w;
ส่วนไอ้จุนเคนี่ตลอดทุกเรื่อง พยายามทำตัวเป็นพี่ที่ดีตามประสามันตัลหลอดดดดดดดดด .. /ได้ข่าวสุดท้ายนายฮวังก็รวบรัดตัดความเองหม๊ดทุกที lol

ยังไงก็ตาม สนุกอ้ะ ยังสนุกเหมือนเดิมเลย ถึงจะงานหนักแค่ไหนแต่ฟิคก็ยังคลอดออกมาได้นะพี่ ส่วนแตมนี่ตันไปแล้วล่ะ .. #วิทย์คณิตคร่าชีวิต OTL
รออ่านต่อนะพี่ !!!!!!!!!!!



Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#5 By rafael.jetaime+ on 2011-08-11 22:46

55555555555
ในที่สุด ในที่สุด!!!

ก็มีคนเอาคลิปนี้มาแต่งเป็นฟิก
อิอิ แต่ตอนที่เห็นครั้งแรกแบบ กรี๊ดบ้านแตกอะ
5555 จริงจัง แบบหวานมากก น่ารักเว่อร์
สายตาหมีแบบปิดไม่มิดสุดๆ!

จุนโฮยา~ นายนี่มันปากแข็ง
ขี้วีนขี้เหวี่ยงที่สุด!! แต่ก็น่ารักเน้อ

อยากอ่านต่อแล้วอ่าาา
อยากอ่านตอนต่อไปแล้ว คริกคริก
รอนะค้าบบ

#4 By โมม่อน (49.49.233.120) on 2011-08-11 20:34

คิมจุนซู เด็ดทั้งตอน!!!
555555 ไม่ไหวจะขำ เซียนมากเลยนะคะซู
มีเทคนงเทคนิคสอนน้องหมีให้จีบโฮ
โอ๊ยยย น่ารักอะ!!

หมีมึนน่ารักที่สุดเลยย
ในคลิปตามันเยิ้มจริงอะไรจริงนะ
โอ๊ยยย จุนโฮก็อาร์ตตัวแม่ซะ
ชานนี่ก็ใจเย็นนะ โดนตื้อขนาดนั้นยังเก็บความลับไว้ได้
เชื่อดิหมีว่า โฮมีใจให้แกแล้วแน่ๆ
เพียงแค่ตอนนี้ยังไม่รู้ตัวและไม่ยอมรับความจริงง


รออ่านตอนต่อไปนะคะ
ดีใจมากเลยที่พี่อัพฟิค ฮี่ๆๆ : D

#3 By NORMAL on 2011-08-11 01:28



หมีแปลกแล้ว โฮแปลกกว่า อ่อกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก แต่คลิปเรียลนั้นสายตาอิชานไม่ไหววว เยิ้มมากกกก หวานหยดดอ่อกกก ชอบบ รอตอนต่อไปปป

#2 By yogurt on 2011-08-10 23:48

อา... คลิปนั้น เห็นก็คลั่งเหมือนกันค่ะ
จะเยิ้มไปไหนก็ไม่รู้ เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่เห็นสายตาหมีเยิ้มให้โฮจริงๆจังๆ (เหมือนจะเมา 55) แล้วน้องโฮก็นะ ด่าเค้าอยู่ได้ เขินล่ะเซ่ รู้หรอกกก lol เห็นด้วยเลยค่ะที่ทำให้แม่ยกตายไปตามๆกัน คริๆๆ

เข้าเรื่องฟิคค่ะ ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ เรื่องน่ารักมวากกกก ดูเหมือนน้องโฮเลย ออกแนวปากจัดปากร้าย แต่ข้างในแบบ .... (มีใจให้ล่ะเซ่!) แล้วที่ฮามากคือคิมจุนซูนี่แหล่ะ ดูเชี่ยวกรากโคตะระ lol ถ้าหมีจะรับเทคนิคมาบ้างก็อาจจะได้โฮแล้วก็ได้นะ แต่เชื่อสิ ไม่ต้องใช้เทคนิคใคร ใช้เทคนิคหมี น้องโฮก็เปนของหมีวันยังค่ำล่ะน่า 55 วี้ฮี้

รออ่านตอนสองต่อค่า ^^

#1 By Yo! on 2011-08-10 23:37