JunsuxJunho

[SF-Jun.bros] "From Now On" 3/3 (end)

posted on 09 Oct 2010 20:54 by teashop-inglenook in JunsuxJunho
-From Now On-
Author: Palmira
Status: Fiction
Pairing: Junsu x Junho
Fandom: 2PM
Rating: PG13 - NC17
 
 
 
 
-----------------------------------------------
 
 
 
 
From Now On 3/3
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
“จุนโฮ... ไม่ไปหาอะไรทานหน่อยเหรอ? เดี๋ยวก็เป็นลมหรอก”
 
 
 
...หงุดหงิด...
 
จะมีใครรู้บ้างว่าคิมจุนซูหงุดหงิดมากแค่ไหนในตอนนี้
 
 
 
“ฮโยยอนไปซื้อเถอะ ฉันง่วงน่ะ อยากงีบมากกว่า โทษทีนะ”
 
“จริงเหรอ? จุนโฮเป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมดูเหนื่อยจัง ตัวเย็นเจี๊ยบเลย... ไม่สบายใช่มั้ย?” ฉับพลันมือไม้ของเจ้าของเสียงนั้นก็เริ่มวางทาบลงบนใบหน้าของจุนโฮ ไล่เรื่อยตั้งแต่หน้าผาก มาจนถึงซีกแก้ม... และทุกๆการกระทำนั้นก็กำลังตกเป็นเป้าสายตาของใครอีกคน
 
ใครอีกคนที่เอาแต่นั่งกอดอก ไขว่ห้าง กระดิกเท้า ขมวดคิ้วเป็นปมไม่ยอมคลาย ...เขาพยายามไม่คิดอะไร พยายามข่มอารมณ์ ไม่ให้ความหงุดหงิดมันบังคับให้เขาตีความอะไรไปต่างๆนานา
 
เขายังจำได้ดี วันที่เขากับจุนโฮถือวิทยุสื่อสารมาด้วยกัน จุนโฮพูดขึ้นลอยๆว่ากำลังแอบชอบใครคนหนึ่งอยู่ แต่จุนโฮกลับไม่ยอมบอกว่าใคร คำพูดนั้นยังคงเป็นปริศนาในใจของคิมจุนซูมาจนถึงทุกวันนี้ ...และ ณ ตอนนี้ ความสงสัยก็ได้ก่อรูปก่อร่างขึ้นอีกครั้ง เมื่อมองตรงไปข้างหน้า และเห็นจุนโฮอยู่กับใครอีกคนหนึ่ง
 
และใครคนนั้น ก็กำลังจับเนื้อต้องตัวหนุ่มรุ่นน้องด้วยความเป็นห่วง ...สัมผัสในแบบที่เขาคงไม่มีวันได้ทำ เพราะสุดท้ายแล้วจุนโฮก็จะปัดมือเขาทิ้ง ก่อนที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะโดนตัวจุนโฮ
 
“ถอนหายใจอยู่นั่นแหล่ะ...” แทคยอนที่เดินวนไปวนมาอยู่ไม่ห่างทักขึ้น
 
“ก็อยากถอน...”
 
“หึ...” ร่างสูงส่งเสียงเพียงแค่นั้น ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ “คุณฮโยยอนน่ารักเนอะ อิจฉาจุนโฮจัง มีคนน่ารักแบบนั้นมาคอยดูแล”
 
“...” จุนซูตัดสินใจปิดปากเงียบ รู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์
 
“แต่สำหรับนาย...” คราวนี้ ร่างสูงลดระดับเสียงลงจนเบาแทบไม่ได้ยิน “คงไม่มีใครน่ารักเกินจุนโฮแล้วใช่มั้ย”
 
“...” จุนซูอยากหันไปต่อยหน้าเพื่อนเต็มแก่ แต่ก็ต้องระงับอารมณ์ไว้ เพราะในห้องแห่งนี้ เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพังกับแทคยอนสองคน
 
ฮโยยอนยังคงชวนจุนโฮคุยไปเรื่อยเปื่อย แล้วจุนโฮก็คนดีเหลือเกิน สุภาพบุรุษเหลือเกิน ผู้หญิงพูดอะไรมาก็เออออตอบรับเป็นอย่างดี แถมยังยิ้มหวานแถมไปให้หญิงสาวใจละลายเล่นๆอีกต่างหาก
 
 
 
ช่างเป็นคนของประชาชนจริงๆนะ อีจุนโฮ...
 
 
 
 
“จุนโฮๆ ฉันไปซื้อชาเย็นมาให้ ดื่มหน่อยมั้ย?”
 
“จุนโฮๆ มานอนบนหมอนนี่ดีๆสิ นอนแบบนั้นเดี๋ยวก็ตื่นมาปวดคอหรอก”
 
“จุนโฮเป็นอะไร? เพลียเหรอ? ฉันไปซื้อเกลือแร่ให้มั้ย?”
 
“จุนโฮ สะบักแข็งไปหมดแล้ว นี่ได้นวดคลายเส้นบ้างรึเปล่า? เดี๋ยวฉันนวดให้เอามั้ย?”
 
ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านหนักขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดความอดทนของจุนซูก็มาถึงขีดสุด ...แต่เปล่าหรอก ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งไม่ได้ลุกขึ้นทำร้ายร่างกายหญิงสาวแต่อย่างใด จุนซูเพียงแค่มีแผนบางอย่างในหัว แผนที่ไม่ได้ลึกล้ำซับซ้อนอะไรมาก แต่ก็เป็นแผนที่เขาจะทำเพื่อ ความสะใจ ส่วนตัว... สะใจที่ได้ ประชดประชัน ใครบางคน
 
 
 
จู่ๆประตูห้องสวัสดิการก็เปิดออก หญิงสาวคนหนึ่งเดินเข้ามา พร้อมกับแบกถุงของว่างที่เหลือมาให้
 
“อ๊ะ เดี๋ยวผมช่วยถือนะครับ” จุนซูคือคนแรกที่ลุกไปรับถุงของว่างมาจากมือหญิงสาว ทั้งๆที่มันก็มีแค่สองถุง และไม่ได้เป็นถุงที่หนักอะไรมากมาย แต่จุนซูกลับรี่เข้าไปช่วยราวกับว่าหญิงสาวแบกเครื่องซักผ้าเข้ามา
 
“ขอบคุณนะคะ อันนี้เป็นของว่างที่เหลือจากข้างในงาน น่าจะเก็บไว้แจกสตาฟนะคะ”
 
“แล้วจียอนวิ่งไปวิ่งมาทั้งงาน ไม่พักหน่อยเหรอครับ?” จุนซูตรงเข้าไปประคองแผ่นหลังหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ “ดูเหนื่อยๆนะครับ นั่งพักหน่อยมั้ย?”
 
“เอ่อ... ไม่เป็นไรค่ะ” หญิงสาวมีท่าทีแปลกใจเล็กน้อยกับท่าทีของชายหนุ่ม แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่หญิงสาวคนหนึ่งจะหน้าแดงเรื่อขึ้นมาเมื่อมีสุภาพบุรุษซักคนมาคอยถามสารทุกข์สุขดิบ
 
“แน่ใจนะครับ?”
 
“แน่ใจสิคะ ขอตัวไปทำงานต่อก่อนนะคะ” หญิงสาวค้อมศีรษะอย่างสุภาพก่อนขอตัวเดินออกจากห้อง ซึ่งจุนซูก็มองตามแผ่นหลังบางไปจนลับตา
 
“ว้าว พี่จุนซูทำผู้หญิงเขินเลย...” ฮโยยอนคือคนแรกที่เอ่ยทัก แท้จริงแล้วทุกการกระทำของจุนซู ตกเป็นเป้าสายตาของทุกคนในห้องนั้น ซึ่งก็มีแค่จุนโฮ ฮโยยอน และแทคยอน รวมทั้งหมดสามคน
 
“น้อยๆหน่อยจุนซู แกไปรู้จักชื่อแม่สาวคนนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?” แทคยอนถาม
 
คนถูกถามทำเพียงยักไหล่อย่างอารมณ์ดี “ก็... เอาเป็นว่ารู้จักชื่อก็แล้วกัน” จุนซูปราดตามองใบหน้าของแทคยอนสลับกับฮโยยอน ก่อนจะผันสายตาไปมองใครอีกคนที่เอาแต่นั่งเงียบ ...ในขณะที่แทคยอนกับฮโยยอนคุยจ้อกันไม่หยุด จุนโฮกลับเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเอง ไม่เงยหน้าขึ้นมาเสวนากับใครเลย จะเปิดปากพูดก็ต่อเมื่อฮโยยอนยิงคำถามใส่เท่านั้น
 
สิบนาทีต่อมา หญิงสาวคนใหม่เดินเข้ามาในห้องสวัสดิการ พร้อมบอกว่าได้เวลาคืนวิทยุสื่อสารแล้ว จุนโฮเป็นคนยื่นวิทยุสื่อสารของฝ่ายสวัสดิการคืนให้หญิงสาวผู้มาใหม่ ...ซึ่งคราวนี้ จุนซูไม่มีทางปล่อยให้โอกาสหลุดมือเขาไปแน่นอน
 
“ต้องนั่งคุมข่ายทั้งวันเลย เหนื่อยมั้ยครับ?” หนุ่มร่างโปร่งเอ่ยถามหญิงสาวที่กำลังจะเดินออกจากห้อง
 
“เอ่อ...ก็นิดหน่อยค่ะ แต่ไม่มาก” ฝ่ายหญิงเองก็ส่งยิ้มกลับมาให้
 
“พักเยอะๆนะครับ” ไม่ลืมวาดยิ้มหวานตามแบบฉบับของคิมจุนซูส่งท้ายไปให้
 
“ค...ค่ะ”
 
และประตูห้องสวัสดิการก็ปิดลงอีกครั้ง ซึ่งทันทีที่ห้องทั้งห้องกลับมาอยู่ในความเงียบ
 
“นี่แกจะอะไรนักหนาวะจุนซู?” แทคยอนคือคนแรกที่เอ่ยถาม
 
“อะไร?”
 
“นี่กะจะจีบให้ได้กี่คนกันล่ะคืนนี้?”
 
“หึ... ไม่รู้สินะ ก็แล้วแต่ว่าจะมีใครเดินเข้ามาในห้องนี้อีกมั้ย...” จุนซูตอบ พลางนั่งไขว่ห้างอย่างอารมณ์ดีอีกครั้ง
 
 
 
และเหตุการณ์เช่นนี้ก็เกิดขึ้นซ้ำๆ ทุกครั้งที่มีผู้หญิงเดินเข้ามาในห้อง จุนซูจะต้องรีบรี่เข้าไปให้ความช่วยเหลือ ทั้งๆที่บางทีมันไม่ได้เป็นความช่วยเหลือที่จำเป็นเลยสักนิด แต่จุนซูก็ยังจะทำ ...ไม่ได้ทำเพราะมีน้ำใจอยากจะช่วยเหลือจริงๆ แต่ทำไปเพื่อความสะใจเท่านั้น
 
จวบจนกระทั่งหญิงสาวรายที่ห้าเดินออกจากห้องไป แทคยอนจึงเอ่ยเตือนเพื่อน “เฮ้ย พอได้แล้วจุนซู” ที่เอ่ยเตือนไปนั้น ไม่ใช่เป็นเพราะเขาสงสารผู้หญิงเหล่านั้นหรืออย่างไร คนที่เขาสงสาร คือคนที่เอาแต่นั่งก้มหน้าเล่นมือถือนั่นต่างหาก
 
 
 
เป็นเวลาครึ่งชั่วโมงแล้วที่จุนโฮนั่งก้มหน้าก้มตาเล่นเกมส์ในมือถือแบบมาราธอน แม้ว่าฮโยยอนผู้นั่งอยู่ข้างๆจะกระเซ้าเย้าแหย่เป็นระยะ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ความสนใจต่อเกมสะทกสะท้านได้เลย ดวงตาเรียวคู่นั้นอ่อนล้า และไม่มีรอยยิ้มใดๆให้ใครอีกแล้ว จะมีก็เพียงเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้ฮโยยอนเท่านั้น แต่ก็เพียงแค่ชั่ววูบเดียว และจุนโฮก็กลับไปจมปลักกับห้วงภวังค์ส่วนตนต่อ
 
 
 
ในที่สุดงานก็ดำเนินไปจนจบ นาฬิกาบนผนังห้องบอกเวลาเที่ยงคืนพอดี ทุกคนเริ่มขนย้ายข้าวของจากเวทีไปใส่ในรถตู้ ห้องสวัสดิการเองก็เริ่มมีแม่บ้านรอบดึกเข้ามาปัดกวาดเช็ดถู จุนซูและแทคยอนก็ต้องคอยวิ่งวุ่นสั่งการให้ทุกคนเก็บของให้เป็นที่เป็นทาง และเมื่อเสร็จภารกิจทุกอย่างจริงๆ จุนซูก็เดินกลับเข้ามาในห้องสวัสดิการ ชายหนุ่มพบเพียงสัมภาระของจุนโฮที่ยังอยู่ครบ แต่กลับไม่พบเจ้าของของพวกมัน
 
จุนซูจึงถอยเท้าออกจากห้องสวัสดิการ ไปเปิดประตูดูห้องอื่นๆ และเริ่มเดินไปรอบงาน แต่เขาก็ยังไม่พบแม้เพียงเงาของร่างที่คุ้นเคย ตอนนี้สตาฟก็เริ่มทยอยกลับกันหมดแล้ว แล้วจุนโฮหายไปไหน?
 
 
 
บ้าเอ๊ย... ชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อยเลย!
  
จุนซูนึกต่อว่าอีกฝ่ายในใจ
 
 
 
ชายหนุ่มเร่งฝีเท้ากลับไปที่ห้องสวัสดิการอีกครั้ง จนเจอแทคยอนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องนั้น
 
“แทค... เห็นจุนโฮบ้างรึเปล่า?” จุนซูถามพลางกวาดตามองไปรอบ น้ำเสียงไม่อาจซ่อนความร้อนรนไว้ได้
 
“จุนโฮเหรอ? เมื่อตะกี๊เห็นเหมือนเดินไปแถวๆนั้น...” เพื่อนรักร่างสูงชี้นิ้วไปทางด้านหลัง ซึ่งเมื่อวิถีสายตาของจุนซูมองตามปลายนิ้วของแทคยอน ชายหนุ่มก็ได้แต่ขมวดคิ้ว
 
“แถวๆนั้นมันทางไปหอพักเก่าไม่ใช่เหรอ? แล้วมืดขนาดนั้น จุนโฮไปคนเดียวเนี่ยนะ?” เสียงสูงสำเนียงแดกูรัวคำพูดออกมาในครั้งเดียว ทั้งสีหน้าและน้ำเสียง ทุกอย่างฟ้องชัดว่าเจ้าตัวเป็นห่วงใครอีกคนมากขนาดไหน
 
ก็จะไม่ให้เป็นห่วงได้ไง ในเมื่อทางที่แทคยอนชี้ไป มันเป็นเพียงทางเดินคอนกรีตมืดๆ เสาไฟฟ้าที่ตั้งเรียงรายอยู่ข้างทางก็มีเพียงแสงสลัวๆเท่านั้น ...เป็นเพียงลำแสงสีนวลที่พอส่องให้เห็นทางเดิน แต่กลับไม่สว่างพอจะทำให้เห็นว่ามีใครหลบซ่อนอยู่ในความมืดหรือไม่
 
“ฉันก็ไม่รู้นะอันนั้น...” แทคยอนยักไหล่ พลางเหลียวหลังไปมองยังทางเดินคอนกรีตมืด “ไม่รู้เหมือนกันว่าจุนโฮไปแถวนั้นทำไม จุนโฮก็ไม่ได้อยู่หอซะหน่อย...”
 
“......” จุนซูเริ่มกัดริมฝีปากตัวเองไม่รู้ตัว ปกติเขาก็เป็นห่วงจุนโฮอยู่แล้ว แต่นี่พอรู้ว่าเด็กหนุ่มเดินหายเข้าไปในทางเดินมืดสลัว ทั้งความเป็นห่วงและความกังวลจึงพากันตีตื้นขึ้นมาจากในอก
 
“อ้อ จริงสิ... บางทีจุนโฮอาจจะไม่ได้ไปที่หอก็ได้ แถวนั้นมีห้องพยาบาลเปิด 24 ชั่วโมงอยู่นี่นะ...”
 
 
 
ห้องพยาบาล?
  
  
  
“สงสัยจะไปห้องพยาบาลล่ะมั้ง... เพราะข้าวของของจุนโฮก็ยังอยู่ที่นี่อยู่เลยนะ” แทคยอนเอ่ยพลางพยักเพยิดคางไปภายในห้องสวัสดิการ ที่ที่ยังมีสัมภาระของจุนโ